การปลูกต้นไม้ในบ้านนั้น นอกจากที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของบ้านดูสวยงามร่มรื่นแล้ว รู้หรือไม่ว่าต้นไม้บางชนิดนั้นมีคุณสมบัติดูดซับสารพิษ ฟอกอากาศในบ้านให้สะอาดอีกด้วย

ถ้าคุณกำลังมองหาต้นไม้มาปลูกในบ้าน แต่ยังไม่รู้ว่าจะปลูกอะไรดี เรามาดูกันเลยว่า ต้นไม้ฟอกอากาศที่เหมาะจะปลูกเอาไว้ในบ้านนั้นมีอะไร และต้องดูแลอย่างไรบ้าง

ปลูกต้นไม้ในบ้านไม่โดนแดด ต้นไม้จะตายหรือไม่?

หลายๆ คนมักจะมีภาพจำว่าต้นไม้นั้นต้องโดนแดดอยู่ตลอดเวลา ถ้าเปลี่ยนมาปลูกต้นไม้ในบ้านแบบนี้จะเฉาตายไหมนะ?

แต่ต้นไม้ที่เรากำลังจะแนะนำนั้นบางชนิดไม่ต้องโดนแดดตลอดเวลา แถมบางชนิดสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีแดดส่องอีกด้วย สามารถปลูกในบ้านได้อย่างแน่นอน! มาดูกันเลยว่ามีอะไร

1. ต้นมอนสเตอรา (Monstera)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 1 – 2 วันต่อครั้ง
การรับแสง: สามารถเลี้ยงในที่ร่มได้ หรือนำไปโดนแดดสัปดาห์ละ 1 ครั้งต้นไม้จะยิ่งสุขภาพดี

ต้นไม้ปลูกในบ้านสุด Minimal ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากดูแลง่าย ปลูกในที่ร่มได้โดยไม่ต้องนำไปโดนแดด อีกทั้งยังมีคุณสมบัติช่วยขจัดสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ในอากาศอีกด้วย

2. ต้นพลูด่าง (Money Plant)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง แต่ถ้าอากาศร้อนมากอาจให้มากกว่านั้นได้
การรับแสง: ควรวางไว้บริเวณหน้าต่างที่มีแดดส่องเข้ามา

ต้นพลูด่างเป็นต้นไม้ที่ดูดสารพิษจำพวกแอมโมเนีย จึงช่วยดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้เป็นอย่างดี นิยมเอาไว้ในห้องน้ำ หรือห้องครัว นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติปล่อยความชื้น ช่วยให้อากาศไม่แห้งจนเกินไป

3. ต้นลิ้นมังกร (Snake Plant)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 3 วันต่อครั้ง
การรับแสง: สามารถเลี้ยงในที่ร่มได้ หรือนำไปโดนแดดสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้งจะทำให้โตไวยิ่งขึ้น

หนึ่งในต้นไม้ยอดนิยมของประเทศไทย มีคุณสมบัติฟอกอากาศ และคายคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนกลางวัน แต่คายออกซิเจนในตอนกลางคืน จึงเหมาะเป็นอย่างมากที่จะปลูกไว้ในห้องนอน เหมือนได้เครื่องฟอกอากาศแบบธรรมชาติไปในตัว

นอกจากสรรพคุณช่วยฟอกอากาศให้สะอาดแล้ว หากวางในตำแหน่งที่ถูกต้องจะช่วยเสริมฮวงจุ้ยให้แก่เจ้าของบ้านอีกด้วย

4. ยางอินเดีย (Rubber Plant)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 1 – 2 วันต่อครั้ง หรือให้น้ำเมื่อดินในกระถางเริ่มแห้งแล้ว
การรับแสง: ควรวางไว้บริเวณหน้าต่างที่มีแดดส่องเข้ามา

เป็นอีกหนึ่งต้นไม้ปลูกในบ้านที่ค่อนข้างได้รับความนิยม เนื่องจากมีรูปลักษณ์ที่สวยงามดู Minimal มีคุณสมบัติช่วยฟอกสารพิษฟอร์มัลดีไฮด์ในอากาศ เรียกได้ว่าทั้งสวยทั้งมีประโยชน์เลยทีเดียว

5. ต้นปาล์มไผ่ (Bamboo Palm)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 1 – 2 วันต่อครั้ง
การรับแสง: สามารถเลี้ยงในที่ร่มได้ หรือนำไปโดนแดดสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง

ปาล์มไผ่เป็นต้นไม้ปลูกในบ้านที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงมีคุณสมบัติดูดสารพิษ และฟอกอากาศได้ค่อนข้างมาก เหมาะกับการวางไว้ที่ห้องนั่งเล่น หรือพื้นที่กว้างๆ

6. ต้นตีนตุ๊กแกฝรั่ง (English Ivy)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 1 – 2 วันต่อครั้ง
การรับแสง: ควรวางไว้บริเวณหน้าต่างที่มีแดดส่องเข้ามา

ต้นไม้ประเภทเถาวัลย์จิ๋ว มีคุณสมบัติในการดูดสารพิษในอากาศจำพวกเบนซินค่อนข้างดี อีกทั้งยังช่วยคายความชื้นในอากาศช่วยให้ห้องไม่แห้งอบอ้าวอีกด้วย

7. ต้นเศรษฐีเรือนใน (Airplane Plant)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 3 – 4 วันต่อครั้ง
การรับแสง: สามารถเลี้ยงในที่ร่มได้ แต่ควรมีแดดส่องถึงบ้าง

หนึ่งในต้นไม้ยอดนิยมที่เรียกได้ว่าต้องมีกันทุกบ้าน เนื่องจากเป็นพืชมงคล ช่วยเสริมโชคลาภให้แก่เจ้าของบ้านตรงตามชื่อเศรษฐี นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณฟอกอากาศดีเยี่ยม ควรปลูกไว้ในห้องกว้างเนื่องจากต้นมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่

8. ต้นเดหลี (Peace Lily)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 3 – 4 วันต่อครั้ง
การรับแสง: สามารถเลี้ยงในที่ร่มได้ หรือนำไปโดนแดดสัปดาห์ละ 1 – 2 ครั้ง

เป็นต้นไม้ปลูกในบ้านขนาดเล็ก เหมาะกับการวางไว้ในห้องที่มีกลิ่นแรงเช่น ห้องน้ำ เนื่องจากมีคุณสมบัติฟอกสารพิษจำพวกแอมโมเนียได้เป็นอย่างดี มีดอกสีขาวสวยงาม แถมยังออกดอกสวยงามตลอดปีอีกด้วย

9. ต้นว่านหางจระเข้ (Aloe Vera)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 3 – 4 วันต่อครั้ง
การรับแสง: สามารถเลี้ยงในที่ร่มได้ หรือวางไว้ในที่แดดส่องถึงจะทำให้โตไวยิ่งขึ้น

ว่านหางจระเข้ เป็นต้นไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน มีคุณสมบัติฟอกสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ อีกทั้งลำต้นของมันยังสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย เช่น บำรุงผิวหนัง เส้นผม รวมถึงการรักษาแผลไฟลวก

10. ต้นเสน่ห์จันทร์แดง (Araceae)

การรดน้ำต้นไม้: ควรให้น้ำ 1 – 2 วันต่อครั้ง
การรับแสง: ควรนำไปโดนแดดสัปดาห์ละ 2 – 3 ครั้ง

หนึ่งในต้นไม้มงคลประดับบ้าน นิยมปลูกไว้หน้าทางเข้าบ้าน หรือบริเวณประตูเพื่อเสริมโชคลาภบารมี ทำมาค้าขายขึ้น อีกทั้งยังช่วยดูดซับสารพิษจำพวกแอมโมเนีย และเป็นต้นไม้ปลูกในบ้านที่มีความสวยงามมากๆ อีกด้วย

สรุป

เท่านี้ทุกคนก็น่าจะได้ทราบกันแล้วว่าการมีต้นไม้ปลูกในบ้านนั้นไม่ได้ยากเลย นอกจากจะช่วยให้บ้านดูร่มรื่นแล้ว ยังเหมือนมีเครื่องฟอกอากาศแบบธรรมชาติไปในตัว เหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนี้ที่มีฝุ่น PM 2.5 เป็นอย่างมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.ghbank.co.th